พุยพุย

วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559



บันทึกอนุทิน
ครั้งที่ 12
วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2559
เวลาเรียน 08.30-12.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ
           กิจกรรมต่อจากสัปดาห์ที่แล้วที่เพื่อนแต่ละกลุ่มทำ Mind Map  มาเสนอหน้าชั้นเรียนวันนี้อาจารย์ได้ให้นำ Mind Map  กลับมาที่อาจารย์บอกให้แต่ละกลุ่มไปแก้มา  และอาจารย์ให้ไเขียน 
Mind Map  ของกลุ่มนั้นเป็นรายบุคคลมาด้วยใส่ลงกระดาษ a 4   และอาจารย์แนะนำการเขียน Mind Map  ให้ถูกวิธี

                                                                       กลุ่มที่1 .หน่วยยานพาหนะ



  กลุ่มที่ 2. หน่วยปลา


กลุ่มที่3. หน่วยไข่



กลุ่มที่4. หน่วยดอกไม้




กลุ่มที่6. หน่วยต้นไม้



กลุ่มที่7. หน่วยผลไม้



 สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต

มาตรฐาน ว 1. 1 เข้าใจหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบ ต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ทำงานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่ง มีชีวิต
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่มีผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสาร สิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

สาระที่ 2 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
มาตรฐาน ว 2. 1 เข้าใจสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น ประเทศ และโลกนำความรู้ไปใช้ในในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้อง ถิ่นอย่างยั่งยืน

สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร
มาตรฐาน ว 3. 1 เข้าใจสมบัติของสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร การเกิดสารละลาย การเกิดปฏิกิริยา มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

สาระที่ 4 แรงและการเคลื่อนที่
มาตรฐาน ว 4. 1 เข้าใจธรรมชาติของแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง และแรงนิวเคลียร์ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องและมีคุณธรรม
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่างๆ ของวัตถุในธรรมชาติมีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

สาระที่ 5 พลังงาน
มาตรฐาน ว 5. 1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำรงชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและพลังงาน ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีกระบวน การสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

สาระที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
มาตรฐาน ว 6. 1 เข้าใจกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพันธ์ของกระบวนการต่าง ๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสัณฐานของโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

สาระที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ
มาตรฐาน ว 7. 1 เข้าใจวิวัฒนาการของระบบสุริยะ กาแล็กซีและเอกภพการปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะและผลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ การสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 7.2 เข้าใจความสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศที่นำมาใช้ในการสำรวจอวกาศและทรัพยากร ธรรมชาติ ด้านการเกษตรและการสื่อสาร มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างมีคุณธรรมต่อชีวิตและ สิ่งแวดล้อม

สาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 8. 1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้นๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน


คำศัพท์

Flower   ดอกไม้Earth  โลกthe Sun    พระอาทิตย์egg   ไข่ fish     ปลา





ประเมินอาจารย์
อาจารย์แต่งตัวสุภาพเรียบร้อยการสอนอาจารย์ดีเพราะมีการยกตัวอย่างที่ชัดเจนและในคาบเรียนนั้นยังมีเสียงหัวเราะไม่ค่อยเครียสมากนัก
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆทุกคนตั้งใจฟังอาจารย์และจดบันทึก
ประเมินตัวเอง
จดบันทึกและตั้งใจฟังอาจารย์



  


วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บันทึกอนุทิน

ครั้งที่ 11

วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2559 

เวลาเรียน 08.30-12.30 น.

ความรู้ที่ได้รับ

อาจารย์ให้นำของเล่นงานกลุ่มมาส่งและนำเสนอหน้าห้องเรียนโดยใช้หลักการวิทยาศาสตร์เป็นหลักสำคัญ
ต่อจากนั้นอาจารย์ให้จับกลุ่มกลุ่มละเท่าๆกันกลุ่มละ5 คน และให้คิดหัวข้อเรื่องและทำ มายแมบ
ตกแต่งให้สวยงามแล้วมาติดหน้าห้อง
กลุ่มที่ 1.  ยานพานะ

กลุ่มที่2.ผลไม้

กลุ่มที่3.ต้นไม้

กลุ่มที่4.ปลา

กลุ่มที่5.ดอกไม้

กลุ่มที่6.ไข่

การนำไปประยุกต์ใช้

·                     การทำงานเป็นกลุ่มการยอมรับฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายมีการกล้าตัดสินใจ
·                     นำมายแมบที่เพื่อนเสนอสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อการศึกษาภายหน้าเวลาฝึกสอน
·                     รู้จักการปรับเปลี่ยนแก้ไขจากงานเดิมและสามรถเชื่อมโยงความรู้เดิมสู่ความรู้ใหม่

ประเมินตัวเอง – ช่วยเพื่อนในกลุ่มแสดงความคิดเห็น
ประเมินเพื่อน – เพื่อนๆทุกคนในกลุ่มช่วยหาข้อมูล
ประเมินอาจารย์ – อาจารย์มีข้อชี้แนะและแก้ไขปรับปรุง





วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559



บันทึกการเรียน
ครั้งที่ 10
วัน  อังคาร   ที่  11    ตุลาคม  พ.ศ.2559




ความรู้ที่ได้รับ

จับกลุ่มให้เท่าๆกัน ทั้งหมด  5 กลุ่ม แต่ละกลุ่มให้ช่วยกันคิดเสนอของเล่นที่จะทำเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเสนออาจารย์ในขั้นตอนการทำ หลักการทางวิทยาศาสตร์  กระบวนการทำงาน

และนำไปลงสื่อยูทูปเพื่อที่จะให้ผู้สนใจนำไปทำกิจกรรมหรือประกอบการเรียนการสอนในวิชานั้นๆ และมีการนำไปสอนจริงๆกับเด็กและมีการทดลองการใช้จริงและมีการแข่งขัน

  
การนำไปประยุกต์ใช้
1.        เป็นเครื่องมือในการสอนรายวิชา
2.        นำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้กับการสอนที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง เช่น วิชาวิทยาศาสตร์
3.        ใช้ในการฝึกสอนภายภาคหน้ารวมถึงของเล่นวิทยาศาสตร์กลุ่มอื่นด้วย  


   ภาพกิจกรรม

     เขียนขั้นตอนการทำของตัวเองที่ทำมาเมื่ออาทิตย์ก่อนให้เป็นขั้นตอนที่รวบรัดกระชับเข้าใจง่าย


                                                   เขียนของเล่นตัวเองเสร็จแล้วนำมาติดหน้าห้อง









  
   นำเสนอของเล่นที่ช่วยกันคิดในกลุ่มหน้าห้องเพื่อที่จะให้อาจารย์มีข้อเสอนแนะและนำกลับไปปรับเปลี่ยน        

 ประเมินอาจารย์
อาจารย์สอนเข้าใจง่ายและมีการยกตัวอย่างที่ชัดเจน
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆทุกคนตั้งใจที่จะฟังอาจารย์และดูตัวอย่างสื่อที่อาจารย์เอามาให้ดู
ประเมินตัวเอง
ฟังอาจารย์อธิบายและยกตัวอย่างที่ชัดเจนไม่เข้าใจและถามอาจารย์ก็ตอบและยังให้เราไปหาคำตอบมาอีก













บันทึกการเรียน
ครั้งที่ 9
วัน  อังคาร   ที่ 4    ตุลาคม  พ.ศ.2559


ความรู้ที่ได้รับ

วันนี้อาจารย์ให้รุ่นพี่ปี 5 มาสอนทำขนมปังสอดไส้กล้วย มีขั้นตอนวิธีการทำดังนี้










พี่ปี 5  จัดเป็นฐาน 5 ฐาน  ก่อนเริ่มทำกิจกรรมรุ่นพี่ได้ร้องเพลงและให้พวกเราทำกิจกรรมตามร้องเพลงจับกลุ่มกลุ่มละเท่าๆกันและนั่งลงตามกลุ่มที่ร้องเพลงจบแล้วก็สาธิตการทำขนมปังสอดไส้กล้วยให้ดูหนึ่งครั้งหลังจากนั่นอธิบายข้อควรระวัง
 . ได้หั่นขอบขนมปัง
ทำขนมปังให้แบน
ฝาดกล้วยเป็นชิ้นเล็กใส่ขนมปัง
ไปชุบไข่
นำไปทอด
โรยด้วยนำตาล นม
รับประทานได้เลย







ประเมิน
รุ่นพี่สอนเข้าใจง่ายและมีการยกตัวอย่างที่ชัดเจน
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆทุกคนตั้งใจที่จะฟังรุ่นพี่และแสดงขั้นตอนวิธีการทำ
ประเมินตัวเอง

ตั้งใจฟังและจดบันทึก



วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียน
ครั้งที่ 8
วัน  อังคาร   ที่ 27   กันยายน  พ.ศ.2559
สอบ,




บันทึกการเรียน
ครั้งที่ 7
วัน  อังคาร   ที่ 20   กันยายน  พ.ศ.2559


ความรู้ที่ได้รับ

อาจารย์แจกกระดาษคัดลายมือ ครั้งที่ 3  อาจารย์ทบทวนและแยกกลุ่มของเล่นแต่ละคนและเสนอของเล่นกลุ่มแต่ละกลุ่มที่จะไปทำมาเสนอ  ต่อจากนนั้นอาจารย์แจกกระดาษ  A 4  คนละ 1 แผ่นและให้เอามือทาบลงไปบนกระดาษและให้เอาสีเมจิกวาดตามมือที่ทาบจะได้ฝามือของเราแล้วให้นำเอาสีเมจิกอีกสีวาดเส้นโค้งๆตามมือทั้งหมด 3 เส้น จะรู้สึกเหมือนว่ามือที่วาดด้วยปากกามันนู้นขึ้นเป็นเพราะรอยเส้นโค้ง









                         การทดลองเรื่องการไหลของน้ำ น้ำไหลที่สูงลงที่ต่ำ



                                      การทดลองระดับน้ำ



พับดอกไม้วางไปบนผิวน้ำทำให้ดอกไม้ที่พับบานออก











                                         ตัวอย่างสื่อของรุ่นพี่




                                             








คุณสมบัติของน้ำ

             น้ำจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสารต่างๆ ที่ละลายปะปนอยู่ในน้ำการที่มีสารต่าง ๆ ละลายปะปนอยู่ในน้ำ คุณสมบัติของน้ำมีรายละเอียดดังนี้

             1. คุณสมบัติทางกายภาพของน้ำ   คือ ลักษณะทางภายนอกที่แตกต่างกัน เช่นความใส ความขุ่น กลิ่น สี เป็นต้น

              อุณหภูมิ (temperature) อุณหภูมิของน้ำมีผลในด้านการเร่งปฏิกิริยาทางเคมีซึ่งจะส่งผลต่อการลดปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำ

              - สี (color) สีของน้ำเกิดจากการสะท้อนแสงของสารแขวนลอยในน้ำ เช่น น้ำตามธรรมชาติจะมีสีเหลืองซึ่งเกิดจากกรดอินทรีย์ น้ำในแหล่งน้ำที่มีใบไม้ทับถมจะมีสีน้ำตาล หรือถ้ามีตะไคร่น้ำก็จะมีสีเขียว

               - กลิ่นและรส กลิ่นและรสของน้ำจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปริมาณสารอินทรีย์ที่อยู่ในน้ำ เช่น ซากพืช ซากสัตว์ที่เน่าเปื่อยหรือสารในกลุ่มของฟีนอล เกลือโซเดียมคลอไรด์ซึ่งจะทำให้น้ำมีรสกร่อยหรือเค็ม

              - ความขุ่น (turbidity) เกิดจากสารแขวนลอยในน้ำ เช่น ดิน ซากพืช ซากสัตว์

              - การนำไฟฟ้า (electical conductivity) บอกถึงความสามารถของน้ำที่กระแสไฟฟ้าสามารถไหลผ่าน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของอิออนโดยรวมในน้ำ และอุณหภูมิขณะทำการวัดค่าการนำไฟฟ้า 





การไหลของน้ำในทางน้ำ
Streamflow
น้ำผิวดินมีความสำคัญมากกับมนุษย์ ทั้งในแง่ของพลังงาน การคมนาคม การชลประทาน แต่อย่างไรก็ดี ในศตวรรษที่ 16 มนุษย์จึงเริ่มเข้าใจว่า ทางน้ำเป็นแหล่งของน้ำไหลผ่านและน้ำใต้ดิน ซึ่งได้มาจากน้ำฝนและหิมะ น้ำไหลผ่านเริ่มจาก ชั้นบางๆแผ่ออกไป (broad sheet) และกลายเป็น ลำธาร (rill) และเป็น ทางน้ำ (stream) ต่อไป
การไหลของน้ำในทางน้ำ (Streamflow) การไหลของน้ำเป็นวิธีการในการเปิดช่องทางสู่ทะเล มหาสมุทร ภายใต้อิทธิพลของแรงโน้มถ่วง เวลาที่ใช้ในการเดินทางขึ้นอยู่กับความเร็วของสายน้ำซึ่งวัดในรูปของระยะทางที่น้ำเดินทางได้ต่อหน่วยของwbr> ทางน้ำบางสายมีความเร็วน้อยกว่า 0.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่บางสายน้ำอาจมีความเร็วถึง 32 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การไหลของทางน้ำอย่างช้าๆ ที่เรียกว่า การไหลแบบชั้น (laminar flow) อนุภาคของน้ำในทางน้ำมีการเคลื่อนที่เป็นชั้นขนานกันไป ในแต่ละชั้นมีความเร็วเท่าๆกัน แต่อาจแตกต่างไปจากชั้นใกล้เคียง ในทางน้ำจะพบเห็นการไหลแบบนี้ได้ยาก แต่ถ้ามีการไหลในลักษณะนี้ จะสามารถสังเกตเห็นได้ในบริเวณใกล้ขอบของทางน้ำ แต่ทางน้ำส่วนใหญ่มักมีลักษณะการไหลแบบ การไหลปั่นป่วน (turbulent flow) ซึ่งความเร็วเพิ่มขึ้น ทำให้อนุภาคมีการไหลวนเวียน การเปลี่ยนแปลงการไหลจากการไหลเป็นชั้น ไปเป็น การไหลปั่นป่วน มีปัจจัยที่สำคัญคือความเร็ว ปัจจัยอื่นๆที่อาจเกี่ยวข้องประกอบด้วยคือ การลดลงของความหนืดของน้ำ การเพิ่มขึ้นของความลึก และความไม่ราบเรียบของทางน้ำ
การวัดค่าความเร็วของทางน้ำ จะวัดในหน่วยของระยะทางที่น้ำเดินทางได้ในหนึ่งหน่วยเวลา โดยการติดตั้งมาตรวัดหลายๆจุด ขวางลำน้ำและหาค่าเฉลี่ย ในทางน้ำสายตรง ความเร็วที่สูงสุดจะอยู่บริเวณตอนกลางของทางน้ำซึ่งเป็นบริเวณที่แรงต้านทานน้อยที่สุด เมื่อทางน้ำคดโค้ง บริเวณที่ทางน้ำมีความเร็วสูงสุด จะเป็นฝั่งด้านนอก
ความสามารถในการกร่อนและการพัดพาวัตถุขึ้นอยู่กับความเร็วของทางน้ำ ดังนั้นความเร็วจึงเป็นลักษณะที่สำคัญของทางน้ำ ความเร็วของทางน้ำที่เปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยทำให้ความสามารถพัดพาเอาตะกอนไปกับน้ำเปลี่ยนแปลงไปด้วย ปัจจัยหลายประการที่เป็นตัวกำหนดความเร็วของทางน้ำซึ่งก็เป็นตัวกำหนดความสามารถในการกร่อนของทางน้ำด้วย ปัจจัยเหล่านี้ได้แก่
1. ความลาดเอียง (gradient)
2. รูปร่าง ขนาด และความเรียบของทางน้ำ
3. อัตราน้ำไหล (discharge)
ความลาดเอียงของทางน้ำ เป็นปัจจัยที่สำคัญอันหนึ่งในการควบคุมความเร็วของทางน้ำ ความลาดเอียงเป็นการลดระดับตามแนวดิ่งของทางน้ำในช่วงระยะทางหนึ่งๆ ที่กำหนด ความลาดเอียงของทางน้ำแต่ละสายอาจไม่เท่ากัน และในทางน้ำแต่ละสายค่าความลาดเอียง ก็เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงของทางน้ำ โดยปกติค่าความลาดเอียงของทางน้ำลดลงจาดต้นน้ำไปยังปลายน้ำ ทางน้ำที่มีค่าความลาดเอียงสูงย่อมมีพลังงานในการไหลสูงด้วย ถ้าทางน้ำสองสายซึ่งมีลักษณะเหมือนกันทุกประการยกเว้นค่าความลาดเอียง ทางน้ำสายที่มีค่าความลาดเอียงสูง จะมีความเร็วมากกว่า ทางน้ำสายที่มีค่าความลาดเอียงต่ำกว่า
รูปร่างภาพตัดขวางของทางน้ำเป็นตัวกำหนดปริมาณน้ำที่สัมผัสกับร่องน้ำซึ่งจะมีความสัมพันธ์กับแรงเสียดทาน ทางน้ำซึ่งมีเส้นรอบวงน้อยจะเป็นทางน้ำที่มีประสิทธิภาพสูง เมื่อเปรียบเทียบทางน้ำสองสายซึ่งมีพื้นที่หน้าตัดเท่ากัน ทางน้ำที่มีภาพตัดขวางเป็นครึ่งวงกลมจะเป็นทางน้ำที่น้ำสัมผัสกับร่องน้ำน้อยและก็จะมีแรงเสียดทานน้อย ซึ่งก็เป็นผลให้น้ำไหลได้เร็ว
ขนาดและความราบเรียบของร่องน้ำ ก็มีผลกับปริมาณของแรงเสียดทาน ขนาดที่เพิ่มขึ้นของภาพตัดขวางของทางน้ำจะเป็นตัวที่ทำให้อัตราส่วนของเส้นรอบวงต่อพื้นที่หน้าตัดลดลง ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลของทางน้ำ ความราบเรียบของร่องน้ำเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เห็นผลได้ง่าย ร่องน้ำที่ราบเรียบทำให้การไหลของน้ำสม่ำเสมอ ในขณะที่ร่องน้ำที่ขรุขระซึ่งเต็มไปด้วยก้อนกรวดตามท้องน้ำ จะทำให้กระแสน้ำปั่นป่วนลดความสามารถในการไหลของน้ำ
อัตราน้ำไหลของทางน้ำเป็นปริมาณของน้ำที่ไหลผ่านจุดใดๆ ในช่วงเวลาที่กำหนด มักวัดในหน่วยของลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือลูกบาศก์ฟุตต่อวินาที ซึ่งอาจคำนวณได้จากผลคูณของพื้นที่หน้าตัดของทางน้ำกับความเร็วของทางน้ำ ปริมาณของน้ำในทางน้ำสายหนึ่งๆ มักไม่คงที่ อันเนื่องมาจากปริมาณน้ำฝนหรือหิมะที่ตกลงมาสู่พื้นดินไม่แน่นอน ปริมาณน้ำที่เปลี่ยนไปย่อมกระทบกับปัจจัยอื่นๆด้วย ถ้าปริมาณน้ำสูง ความกว้างและความลึกของทางน้ำย่อมสูงขึ้น หรืออาจทำให้น้ำมีความเร็วสูงขึ้นด้วย ซึ่งทางน้ำเองก็มีการปรับตัวเพื่อรองรับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น โดยการขยายความกว้างของทางน้ำหรือเพิ่มความลึกของทางน้ำ ซึ่งเมื่อขนาดของทางน้ำเพิ่มขึ้น พื้นที่สัมผัสของน้ำกับร่องน้ำก็เพิ่มขึ้น เกิดแรงเสียดทาน ทำให้น้ำไหลช้าลง โดยปกติอัตราน้ำไหลมีค่าเพิ่มขึ้นไปทางปลายน้ำ



การประยุกต์ใช้
  นำความรู้ที่ได้รับไปปรับเปลี่ยนหรือส่งเสริมให้เข้ากับกิจกรรมในรายวิชาในอนาคตที่จะไปฝึกสอนรู้เพื่อเป็นพื้นฐานและนำหาความรู้ประสบการณ์เพิ่มขึ้น
    

ประเมินอาจารย์
อาจารย์สอนเข้าใจง่ายและมีการยกตัวอย่างที่ชัดเจน
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆทุกคนตั้งใจที่จะฟังอาจารย์และดูตัวอย่างสื่อที่อาจารย์เอามาให้ดู
ประเมินตัวเอง
ฟังอาจารย์อธิบายและยกตัวอย่างที่ชัดเจนไม่เข้าใจและถามอาจารย์ก็ตอบและยังให้เราไปหาคำตอบมาอีก


คำศัพท์น่ารู้


Water flow  การไหนของน้ำ
central   ศูนย์กลาง
gravity    โน้มถ่วง
plentiful  เหลือใช้

rotate   หมุน